10 ประเภทงานที่นำระบบอัตโนมัติมาใช้กับงาน "สกปรกและอันตราย"

Post date : August 7, 2023

เมื่อพูดถึงการจ้างงานแรงงานในปัจจุบัน ปัจจัยหลักของการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร คือ ความพึงพอใจในการทำงานและความปลอดภัยในที่ทำงาน แต่หากงานที่ทำอยู่เป็นงานที่มีความสกปรก น่าเบื่อ หรืออันตราย การจ้างลูกจ้างใหม่หรือการรักษาความพึงพอใจในการทำงานและความปลอดภัยจะเป็นอะไรที่ยากมาก ดังนั้นระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์จึงช่วยมาเติมเต็มช่องว่างในการทำงานดังกล่าวด้วยการทำงานต่างๆ ที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้หรือทำได้แต่มีความอันตรายหรือทำได้แต่สภาพแวดล้อมไม่พึงประสงค์ ทำให้พนักงานลาออกจากงานและมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนบ่อย ทำให้มีการหยุดชะงักในการปฎิบัติงาน

แต่การลงทุนในหุ่นยนต์เพื่อทำงานอัตโนมัติคุ้มค่าจริงหรือไหม?

ข้อมูลจาก International Federation of Robotics: IFR รายงานว่าหุ่นยนต์ใหม่ๆ ได้ถูกนำไปใช้ในโรงงานต่างๆ รอบโลก นี่เป็นการยืนยันว่าบริษัทกำลังตระหนักถึงประโยชน์ของการวางระบบอัตโนมัติ ซึ่งทำให้หุ่นยนต์เป็นคำตอบที่ดีเลิศสำหรับสภาพแวดล้อมที่อันตรายและงานที่มีความซ้ำซาก เลวร้าย หรือเลอะเทอะ

10 ประเภทงาน "สกปรกและอันตราย" ที่สุดที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมสามารถทำได้

ถ้าเราพูดถึงหุ่นยนต์หลายคนอาจรู้สึกระแวงและรู้สึกไม่แน่ใจว่าโซลูชัน, นวัตกรรมและระบบทำงานอัตโนมัติจะสามารถเข้ามาเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้จริงหรือไม่ แต่ในความจริงแล้วตอนนี้เราจะเห็นว่ามีหลายบริษัทที่เริ่มหันมาใช้หุ่นยนต์ทำงานที่ "สกปรกและอันตราย" แล้ว โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวสามารถตอบสนองหรือทำงานได้เหนือกว่าความคาดหมายของในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งนอกเหนือจากงานที่สกปรกและอันตรายแล้ว ยังใช้กับงานที่เกี่ยวกับการยกของหนักไปจนถึงการทำงานหนักๆและซ้ำซาก ซึ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับการดำเนินงาน โดย 10 ประเภทงานที่นำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้งานมีดังนี้

งานที่ 1

การตักเทเหล็กหลอมเหลวในประเภทงานหล่อฉีดและการขึ้นรูป : ระบบอัตโนมัติสามารถเพิ่มศักยภาพของกระบวนการตักเท การสกัด และการดีเกท (degating) ในการผลิตแม่พิมพ์ได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณของงานได้

งานที่ 2

การบรรจุ/ถ่ายเครื่อง trim press : การนำหุ่นยนต์มาใช้จัดการกับงานดังกล่าวสามารถขจัดงานที่มีการยกและการเคลื่อนที่ซ้ำซากได้ ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานให้กับคนงานในระหว่างที่สามารถตอบสนองความต้องการในด้านเวลารอบผลิตได้

ซึ่งภายใต้สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่ท้าทายในกระบวนการหล่อและโรงหล่อต่างๆ ที่หลากหลาย หุ่นยนต์ตัวหนึ่งสามารถติดตั้งเพื่อให้เผชิญกับอันตรายต่างๆ ทั่วไปในโรงหล่อได้เช่นสารหล่อเย็น, สารหล่อลื่นแม่พิมพ์, อนุภาคในอากาศ และความร้อนสูงจัด ซึ่งทำให้หุ่นยนต์เป็นคำตอบที่มีประสิทธิภาพสำหรับการทำงานอัตโนมัตินั่นเอง

งานที่ 3

การขนย้ายชิ้นงานที่หนัก/การเชื่อม : ระบบทำงานอัตโนมัติสำหรับการจัดการชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมากสามารถเพิ่มความสม่ำเสมอและความแม่นยำ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ได้มีการใช้หุ่นยนต์มาเป็นระยะเวลานานแล้วสำหรับการใช้งานขนย้ายชิ้นงานที่มีน้ำหนักมาก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น, ผลผลิต,คุณภาพและความสม่ำเสมอของการทำงาน

งานที่ 4

งานควบคุมการทำงานของเครื่องปั๊ม : หุ่นยนต์หลากหลายรุ่นสามารถทำงานที่มีความละเอียด ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแม่พิมพ์บ่อยๆได้ การใช้หุ่นยนต์ทำงานอัตโนมัติเป็นการเพิ่มกำลังและความทนทานของรอบการผลิตซึ่งมีภาระงานสูง หุ่นยนต์ที่จะตอบสนองการทำงานประเภทนี้จึงต้องมีคุณลักษณะด้านความสั่นสะเทือนที่สูงขึ้นเพื่อสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่ท้าทายซึ่งมักจะมีอยู่ในห้องปั๊มได้ การควบคุมหุ่นยนต์หลายตัวพร้อมๆ กันเพื่อการประสานการเคลื่อนไหวและเพิ่มความรวดเร็วให้กับกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อให้เกิดการทำงานที่ถูกต้องและสำเร็จตามเป้าหมาย

งานที่ 5

การเบรคเครื่องปั๊ม : หุ่นยนต์เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเบรคเครื่องปั๊ม และยังสามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานได้โดยการลดการทำงานที่ซ้ำซากตั้งแต่ชิ้นส่วนขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการใช้งานด้วยอุปกรณ์ยึดจับ/ทิศทางที่หลากหลาย ทำให้การปรับตำแหน่งที่ยากกลายเป็นงานง่ายในขั้นตอนการบิดงอ

งานที่ 6

การวางพาเลทสำหรับคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ : ในการใช้งานบรรจุภัณฑ์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นโรงงานอาหาร, เครื่องดื่ม, ยา, สินค้าอุปโภคบริโภค หรือสินค้าพิเศษ หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนย้ายถุง กล่อง และภาชนะบรรจุที่มีน้ำหนักมากเพื่อจัดเรียงในพาเลทได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดาย

งานที่ 7

งานเชื่อม : หุ่ยนต์เข้ามาช่วยในการเชื่อมโดยผลิตชิ้นงานเชื่อมที่มีคุณภาพสูงและยังลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับมาตราการความปลอดภัยด้านแรงงาน พร้อมกับเพิ่มปริมาณงานที่ผลิต ซึ่งยังสามารถคุมคุณภาพด้วยช่างเชื่อมที่มีประสบการณ์ดูแลการเชื่อมชิ้นส่วนด้วยหุ่นยนต์

งานที่ 8

การตัดแต่งส่วนประกอบยานยนต์หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมทั่วไป : การใช้ระบบอัตโนมัติด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การตัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย, สะอาดและคล่องตัวกว่าการตัดแต่งด้วยมือที่ต้องใช้แรงงานคนมาก หุ่นยนต์ยังสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นและปรับปรุงการเปลี่ยนแปลงให้การทำงานมีความสมบรูณ์ขึ้น

งานที่ 9

การพ่นสี / การเคลือบผิวชิ้นส่วน : การนำหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเข้ามาในกระบวนการพ่น สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นและยังทำให้พื้นผิวมีความสม่ำเสมอเพิ่มคุณภาพที่ดีขึ้น

งานที่ 10

การเก็บตัวอย่าง : ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการทางคลินิกจะทำหน้าที่ลดการปนเปื้อน โดยคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของตัวอย่าง การใช้หุ่นยนต์ในการจัดการ เปิดฝา/ปิดฝา และการแบ่งส่วนของตัวอย่างสามารถขจัดปัญหาสุขภาพหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน ที่อาจเกิดจากการสัมผัสกับตัวอย่างที่เป็นละอองได้ หุ่นยนต์ได้การพัฒนาและมีความก้าวหน้ามาไกลมากในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความเสี่ยงและอันตรายกับผู้ปฎิบัติการ ยกระดับแรงงานสู่ปัญญาประดิษฐ์ สร้างข้อได้เปรียบมากมายในการแข่งขัน หากท่านยังไม่ได้คิดหรือหรือลังเลที่จะนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ในการดำเนินงานของคุณ ตอนนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มประเมินต้นทุนรวมของการลงทุนและเริ่มปรับเปลี่ยนฝพัฒนาระบบของท่าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานซึ่งกำลังรอการให้ถูกค้นพบอยู่

อ้างอิงข้อมูลจาก

  • Dean Elkins
  • Segment Leader - Material Handling at Yaskawa Motoman